ภาค 1 มาตรฐานการขนส่งแบบเดิม VS การขนส่งแบบสมัยใหม

Cover-Blog[1].jpg

เนื่องจากปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียต่างเข้ามามีบทบาทในการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้อย่างเห็นได้ชัด เทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาช่วยให้การดำเนินชีวิตของคนในยุคนี้ได้รับความสะดวกสบายยิ่งขึ้นกว่าแต่ก่อน การบริการขนย้ายบ้าน ออฟฟิศ คอนโด หรือขนส่งสินค้าต่างๆ ก็เป็นอีกธุรกิจหนึ่งที่มีการพัฒนาด้านต่างๆ เช่นกัน ดังนั้นเราจะพาไปดูกันว่าการบริการขนย้ายในสมัยก่อนเปรียบเทียบกับสมัยปัจจุบัน มีสิ่งใดที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลาในปัจจุบัน

1. ผู้ให้บริการ

เมื่อก่อนการที่จะขนของย้ายบ้าน ออฟฟิศ คอนโด หรือขนส่งสินค้าต่างๆ ในแต่ละครั้ง การที่จะหาผู้รับเหมานั้นค่อนข้างยาก ซึ่งการจะหาผู้ให้บริการรถรับจ้างขนของต้องหาตามเสาไฟฟ้าไม่ก็คนที่รู้จัก แต่ในสมัยปัจจุบันทุกอย่างได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง มีหลายบริษัทที่มีรถรับจ้างขนของเปิดให้บริการเพิ่มมากขึ้น และสะดวกในการค้นหาผู้ให้บริการผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันที

2. ความปลอดภัย

ถ้าเป็นสมัยก่อนการที่จะขนย้ายในแต่ละครั้ง เหมือนเป็นการเสี่ยงดวงยังไงยังงั้น เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าคนขับจะดูแลสิ่งของที่ขนย้ายยังไง ซึ่งต่างกับในยุคสมัยนี้ ที่มีบริษัทผู้ให้บริการคอยดูแลตรวจสอบ และประเมินมาตรฐาน เพื่อให้การบริการออกมาดีที่สุดสำหรับลูกค้า

3. ราคา

เรื่องของค่าใช้จ่ายถือเป็นสิ่งที่ลูกค้าให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก เมื่อก่อนลูกค้าจะจ้างรถกระบะขนของก็ต้องตกลงราคากับผู้ให้บริการกันเอง แต่ในสมัยนี้ทุกอย่างได้เปลี่ยนไป บริษัทผู้ให้บริการขนย้ายสิ่งของมีเกณฑ์ราคาค่าบริการที่มีมาตรฐานที่เท่าเทียมกัน แถมในบางช่วงมีโปรโมชันพิเศษ ซึ่งต่างจากสมัยก่อนอย่างสิ้นเชิง

4. รถให้บริการ

เรื่องจริงที่คนของย้ายต้องเจอ เมื่อเจอปัญหาคนขับรถไม่ว่าง กลายเป็นลูกค้าต้องคุยเพื่อหาเวลาที่ลงตัวกับคนขับรถ ทำให้การขนย้ายสิ่งของเกิดความล้าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ แต่ไม่ใช่กับยุคนี้ บริษัทผู้ให้บริการต่างมีเครือข่ายคนขับรถที่เป็นของตัวเอง และพร้อมรองรับกับการขนย้ายที่เข้ามาตลอดเวลา ลูกค้าจะเรียกใช้เมื่อไหร่ บริษัทก็พร้อมให้บริการได้ทันที

เห็นได้ชัดเลยว่ายุคปัจจุบันสื่อโซเชียลมีเดียเทคโนโลยีหรือความก้าวหน้าได้เข้ามามีบทบาท ในการช่วยพัฒนาธุรกิจผู้ให้บริการขนย้ายสิ่งของอย่างชัดเจน ทำให้ลูกค้าอย่างเราได้รับการบริการที่มีมาตรฐาน สะดวก รวดเร็ว ซึ่งหากอยากได้รับบริการขนย้ายที่ดี เดอะ ลอร์รี่ ก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่พร้อมให้บริการลูกค้าคนสำคัญเช่นคุณ

ทริคการซื้อตู้เย็นให้เหมาะสมกับครอบครัวของคุณ

fridge-new[1].jpg

ตู้เย็นถือเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งที่ทุกครอบครัวมีอยู่ในบ้าน ตู้เย็นสามารถทำความเย็นโดยมีส่วนประกอบทั้งหมด 2 ส่วน คือส่วนฉนวนป้องกันความร้อน และส่วนทำความเย็น เชื่อว่าหลายคนรู้จักกับตู้เย็นแล้ว แต่รู้มั้ยว่า ชาวกรีกและชาวโรมันโบราณเป็นผู้คิดประดิษฐ์ตู้เย็นขึ้นมาเป็นครั้งแรกเพื่อใช้เก็บเนื้อสัตว์และอาหารหลายชนิดไว้ได้โดยไม่ให้บูดเน่า ซึ่งในปัจจุบันบริษัทเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆได้มีการพัฒนาตู้เย็น ทำให้ลูกค้ามีทางเลือกมากมายหลายรุ่นหลายยี่ห้อในการเลือกซื้อ ไม่ว่าจะเข้าห้างสรรพสินค้าหรือร้านตัวแทนจำหน่ายก็มีให้เลือกจนลายตา ทำให้การเลือกซื้อตู้เย็นสักเครื่องจึงเป็นอะไรที่ต้องให้ความสำคัญเพราะราคาก็ไม่ใช่ถูกๆเลยทีเดียว แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่ควรคำนึงถึงก่อนเลือกซื้อตู้เย็น เราเตรียมไว้ให้แล้วตามนี้

1. ขนาด

ขนาดของตู้เย็นที่เหมาะสม ควรเลือกจากจำนวนสมาชิกในครอบครัวเป็นหลัก การที่สมาชิกในครอบครัวมาก ของที่อยู่ในตู้เย็นก็จะมากขึ้นตามไปด้วยเช่นกัน อีกปัจจัยหนึ่งที่มีผลต่อการเลือกขนาดตู้เย็นด้วยคือ พื้นที่ในบริเวณบ้าน ถ้าบ้านหลังใหญ่พื้นที่เยอะก็ไม่ใช่ปัญหา แต่ถ้าบ้านหลังเล็ก เนื้อที่ภายในบ้านมีจำกัด เรื่องของขนาดก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามด้วยเหมือนกัน ซึ่งขนาดของตู้เย็นเหมาะกับคนในครอบครัวดังนี้

  • สมาชิก 2 คน : ปริมาณคิวที่เหมาะสมต่ำสุดคือ 2.5 คิวขึ้นไป


  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 3-4 คน : ปริมาณคิวที่เหมาะสมคือ 12-18 คิว


  • ครอบครัวที่มีสมาชิก 5 คนขึ้นไป : ปริมาณคิวที่เหมาะสมคือ 15 คิวขึ้นไป

2. ราคา

งบประมาณของแต่ละครอบครัวไม่เหมือนกัน ดังนั้นเรื่องราคาจึงเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักของการเลือกซื้อตู้เย็น ซึ่งตู้เย็นก็มีราคาที่หลากหลายแตกต่างกันไปตามขนาด ยี่ห้อ หรือฟังก์ชั่น การตัดสินจะง่ายขึ้นเมื่อมีการตั้งงบไว้ตั้งแต่แรกก่อนจะซื้อ จากนั้นเปรียบเทียบคุณสมบัติยี่ห้อให้เหมาะสมกับงบที่ตั้งไว้ เช่นการคำนวณราคาและปีที่รับประกัน โดยอาจคำนวณได้ดังนี้

  • ราคาตู้เย็น หาร จำนวนปีที่มีการรับประกัน เพื่อเปรียบเทียบจำนวณปีที่รับประกัน


  • ราคาตู้เย็น หาร จำนวนปีที่มีการรับประกัน บวก ค่าไฟต่อปีที่ระบุบนป้ายเบอร์ 5 หาร 365 วัน

3. จำนวนประตู

นอกจากขนาดและราคาแล้ว ตู้เย็นยังมีประตูให้เลือกอย่างเหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย

  • ตู้เย็น 1 ประตู


  • ตู้เย็น 2 ประตู (ช่องแช่แข็งด้านบน,ช่องแช่แข็งด้านล่าง,แบบซ้าย-ขวา)


  • ตู้เย็นแบบหลายประตู (ส่วนบนจะเป็นแบบซ้าย-ขวา และส่วนล่างเป็นช่องแช่แข็ง)

4. นวัตกรรมใหม่

สมัยนี้ตู้เย็นมีนวัตกรรมใหม่ที่เพิ่มขึ้นมาตามการแข่งขันที่สูงขึ้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพในการใช้งานได้อย่างดียิ่งขึ้นเช่น การทำความเย็น คงความสดของอาหาร หรือยับยั้งแบคทีเรียและเชื้อไวรัสเป็นต้น แต่ก็ยังมีนวัตกรรมใหม่ที่ไม่คิดว่าจะมีอยู่จริง ซึ่งจะเป็นฟังก์ชั่นไหนบ้าง เรามีข้อมูลนวัตกรรมใหม่ๆอย่างเช่น

  • InstaView Door-in-Door ใช้มือแตะ 2 ครั้ง จะเห็นของในตู้เย็นทันที


  • แปลงช่องแช่แข็งกลายเป็นช่องแช่เย็นได้


  • ShockFreeze ช่วยให้อาหารได้รับการแช่แข็งอย่างรวดเร็ว

5. ประหยัดไฟ

เรื่องของค่าไฟก็ไม่ใช่เรื่องที่ควรมองข้าม เพราะค่าไฟในปัจจุบันมีแต่จะเพิ่มขึ้นๆในอนาคต ควรเลือกซื้อตู้เย็นที่มีสติ๊กเกอร์ที่มีฉลากประหยัดไฟเบอร์ 5 ฉลากนี้แหละที่จะเป็นตัวการันตีการประหยัดไฟได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเป็นเบอร์ที่ต่ำลงไปก็จะประหยัดไฟลดลงตามไปด้วย ไล่ตั้งแต่เบอร์ 1 ประหยัดไฟน้อยสุด จนถึงเบอร์ 5 ที่ประหยัดไฟมากสุด เปรียบเทียบเบอร์ฉลากกับค่าไฟรายปีได้ดังนี้

  • ตู้เย็นฉลากเบอร์ 3 : กินไฟ 332 หน่วย/ปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 840 บาท/ปี


  • ตู้เย็นฉลากเบอร์ 4 : กินไฟ 262 หน่วย/ปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 644 บาท/ปี


  • ตู้เย็นฉลากเบอร์ 5 : กินไฟ 220 หน่วย/ปี ต้องเสียค่าไฟประมาณ 573 บาท/ปี

6. ดีไซน์

ดีไซน์ของตู้เย็นก็เป็นปัจจัยในที่สำคัญในการเลือกซื้อของคนสมัยนี้เช่นกัน เพราะนอกจากจะเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดหนึ่งแล้ว ตู้เย็นยังเป็นเหมือนของแต่งบ้านไปด้วยในตัว ยิ่งสมัยนี้เหล่าผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้าแบรนด์ดังหันมาให้ความสนใจเรื่องของดีไซน์มากขึ้น โดยพยายามออกแบบตู้เย็นที่มีประสิทธิภาพและความสวยงามควบคู่กันไปด้วย ไม่ว่าจะเป็นสีของตู้เย็น รูปทรง วัสดุที่เลือกใช้ ความเงางาม ปัจจัยเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนให้ความสนใจไม่ใช่น้อยเลยทีเดียว

7. บริการหลังการขาย

หลายครั้งที่เรามักจะเจอหรือเคยได้ยินเรื่องเกี่ยวกับการบริการหลังการขายที่ทั้งดีและไม่ดีมาบ้าง ทำให้การที่คิดจะซื้อตู้เย็นที่เครื่องๆหนึ่งก็ราคาแพงไม่ใช่เล่น เรื่องบริการหลังการขายจึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยอย่างยิ่ง การรับประกันมีตั้งแต่หลักปีจนถึง 10 ปีเลยทีเดียว แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรศึกษาเงื่อนไขต่างๆของแต่ละบริษัทให้ดีก่อนเลือกซื้อ ไม่เช่นนั้นอาจเจอปัญหาบริการหลังการขายเอาก๋็เป็นได้

หลังจากตัดสินใจซื้อได้แล้ว ควรตรวจสอบสภาพตู้เย็นที่เลือกซื้อโดยรอบว่ามีรอยบุบ รอยยุบหรือไม่ ก่อนเซ็นต์รับสินค้า การขนย้ายตู้เย็นก็มีรายละเอียดพอสมควร ไม่ควรขนย้ายด้วยการวางแบบแนวนอน เพราะจะทำให้น้ำยาในการทำความเย็นไหลไปตามจุดต่างๆของตู้เย็น ดังนั้นการขนย้ายควรขนย้ายด้วยแบบแนวตั้ง และควรขนย้ายด้วยรถกระบะแบบมีตู้ทึบ เพื่อลดความเสี่ยงและป้องกันความเสียหายจากการโดนน้ำหรือโดนแดดจัด และนี่ก็คือหลักการก่อนการตัดสินใจซื้อตู้เย็น รวมทั้งข้อแนะนำในการขนย้ายตู้เย็นที่เรานำมาฝากให้คุณ

จุดเด่นด้านไหน ที่ผู้ให้บริการขนย้ายที่ดีจำเป็นต้องมี

IMG_56[1].jpg

ธุรกิจบริการขนส่งในยุคปัจจุบัน ถือเป็นอีกหนึ่งธุรกิจที่น่าจับตามองและได้รับความนิยมมาก ทั้งรูปแบบธุรกิจ Offline และธุรกิจ Online ต่างปรับตัวงัดกลยุทธ์จุดเด่นของตัวเอง เพื่อกระโดดลงแย่งชิงฐานลูกค้าที่มีกระจายอยู่ทั่วประเทศไทย เมื่อผู้ให้บริการมีเพิ่มมากขึ้น ในมุมลูกค้าก็มีโอกาสในการเลือกที่เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน แล้วปัจจัยอะไรบ้างที่ลูกค้าควรดูเบื้องต้นก่อนตัดสินใจใช้บริการ

อย่างแรกเลยคือเรื่องด้านการบริการ หลายครั้งที่เราจะเห็นข่าวหรือโพสต์ใน Facebook หรือโพสต์กระทู้เว็บไซต์ดังๆ ที่มีการพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องราวต่างๆ นานาในทางที่ไม่ดีเกี่ยวกับบริการ ซึ่งการบริการที่ดีถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามอย่างมากสำหรับผู้ให้บริการ

เรื่องราคาก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะนอกจากการบริการที่ดีแล้ว ปัจจัยที่ลูกค้ามักคำนึงถึงเป็นลำดับต้นๆ คือเรื่องของค่าบริการ ในยุคปัจจุบันที่ค่าครองชีพได้ปรับตัวสูงขึ้นตามสภาวะเศรษฐกิจ เรื่องของราคาจึงมีผลในระดับหนึ่งอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ดังนั้นค่าบริการขนส่งที่คุ้มค่า ราคาไม่สูง จึงเป็นปัจจัยที่ผู้ให้บริการควรให้ความสำคัญไม่แพ้ส่วนอื่นๆ

การขนย้าย ต้องทำให้ประทับใจ แน่นอนลูกค้าทุกคนย่อมพอใจกับการขนย้ายที่รวดเร็ว สะดวก ตรงเวลา คงจะไม่ดีแน่หากลูกค้าต้องมารอคนขับรถที่มาผิดเวลานัดในการขนย้าย

ความปลอดภัย ขั้นตอนสุดท้ายแต่สร้างการจดจำ คงไม่มีลูกค้าคนไหนที่อยากให้ของที่ขนย้ายเกิดรอยตำหนิ พังเสียหาย หรือตกหล่นหายจากการขนย้าย ดังนั้นเรื่องความปลอดภัยของสิ่งของต่างๆ จึงเป็นเรื่องที่ผู้ให้บริการควรรัดกุมเป็นอย่างยิ่ง

หากคุณกำลังมองหาบริการขนย้ายที่ดีในเรื่องที่กล่าวมาข้างต้น อย่าลืมนึกถึงเดอะ ลอร์รี่ เครือข่ายบริการขนย้าย จากทีมงานที่มีความเชี่ยวชาญ พร้อมช่วยเหลือและให้คำแนะนำแก่ลูกค้า ขนย้ายสิ่งของที่รวดเร็วและปลอดภัย โดยคนขับรถที่ผ่านการอบรมตามกฏของบริษัท ในราคาค่าบริการขนย้ายที่คุ้มค่าจากกรุงเทพถึงจุดหมายปลายทางทั่วประเทศ เริ่มต้นเพียง 350 บาท เท่านั้น

3 สิ่งที่เดอะ ลอร์รี่ช่วยให้อุ่นใจทุกการขนย้าย

IMG_34[1].jpg

เชื่อว่าทุกคนเคยมีประสบการณ์ในการย้ายบ้าน ย้ายหอ ย้ายคอนโด ส่งของ ส่งสินค้า ซึ่งการขนย้ายแต่ละครั้งก็ต้องพบปัญหาต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไป แม้ในปัจจุบันจะมีผู้ให้บริการที่เพิ่มมากขึ้น แต่เรื่องมาตรฐานอาจจะทำให้ยังเกิดความกังวลใจอยู่ และเหตุผลต่อไปนี้คือคำตอบว่าทำไม เดอะ ลอร์รี่ ถึงช่วยให้การขนย้ายของคุณอุ่นใจมากกว่าเคย

1. หมดกังวลเรื่องขนย้าย เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนที่กำลังจะขนย้ายบ้าน หรือขนส่งสินค้า อาจมีความกังวลในเรื่องการขนย้ายไม่ว่าจะเป็น คนขับรถกระบะขนของมาตรงเวลาหรือไม่ ไปส่งจริงหรือเปล่า ซึ่งถือว่าไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร เพราะเราจะเห็นได้ตามข่าวต่างๆ ที่มีปัญหาให้เห็นอยู่เป็นระยะๆ ซึ่งทางเดอะ ลอร์รี่ มีรถรับจ้างขนของ โดยคนขับรถที่ชำนาญเส้นทางและมีประสบการณ์ที่ผ่านการอบรม คอยให้บริการลูกค้าอย่างปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการรับ ถึงขั้นตอนส่งของปลายทางเลยทีเดียว

2. ราคาที่คุ้มค่า เดอะ ลอร์รี่ นอกจากจะมีรถกระบะขนของให้เลือก 2 ประเภทแล้ว (รถกระบะปิคอัพ และรถกระบะตู้ทึบ) ค่าบริการขนส่งสินค้าก็ถือว่าไม่แพง สามารถขนย้ายจากกรุงเทพถึงจุดหมายปลายทางทั่วประเทศ ตามความต้องการของลูกค้า ในราคาเริ่มต้นเพียง 350 บาทเท่านั้น ตอบโจทย์การขนย้ายทั้งระยะใกล้และไกล ในราคาที่ลูกค้าเอื้อมถึงและพึงพอใจอย่างแท้จริง

3. การจองที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว โดยปกติทั่วไปลูกค้าส่วนใหญ่มักจะชินกับการโทรศัพท์ติดต่อจองรถกับผู้ให้บริการโดยตรง และอาจจะเกิดการสื่อสารที่ผิดพลาดได้ ซึ่งที่เดอะ ลอร์รี่ ลูกค้าสามารถจองรถผ่านหน้าเว็บไซต์และมีหลักฐานยืนยันการจอง ทำได้ง่ายๆ ในไม่กี่ขั้นตอน การจองรถรับจ้างขนของก็เป็นอันเสร็จสิ้น เรียกได้ว่าทั้งสะดวก รวดเร็ว แถมรายละเอียดข้อมูลลูกค้าถูกต้องแม่นยำอีกด้วย

นี่คือเหตุผล 3 ข้อ ว่าทำไมเดอะ ลอร์รี่ ถึงควรเป็นตัวเลือกอันดับแรกของคุณเมื่อคิดจะขนย้าย คงจะดีกว่าหากลูกค้าได้รับบริการที่ดี ราคาคุ้มค่า คนขับของเราทุกคนผ่านการอบรมเป็นอย่างดี เพื่อรับประกันว่าสิ่งของจากทางลูกค้าจะถูกส่งไปยังจุดหมายอย่างปลอดภัย